Review Kindle 4 และวิธีใช้ (เพิ่มวีดีโอ)
  • บทความโดย eak500 : February 2nd, 2012
  • Kindle4

     

    มี Tablet  แล้วทำไมยังต้องมี ebook reader อีก?  Tablet ก็ใช้อ่าน ebook ได้ ภาพสีซะด้วย

    ใครยังไม่เคยเห็นตัวจริงของ kindle หรือยังไม่เคยเห็นหน้าจอแบบ e-Ink ก็คงเกิดคงถามนี้ขึ้นมา  จริงๆแล้วหน้าจอแบบ e-Ink นั้นแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับหน้าจอ tablet หรือมือถือที่เราๆใช้กัน หน้าจอของ e-Ink ออกแบบมาให้เหมาะสมสำหรับการอ่านหนังสือโดยเฉพาะ อ่านแล้วไม่ปวดตาเหมือนอ่านจาก Tablet

    หน้าจอ e-Ink เป็นอย่างไร?

    e-Ink ทำให้เราเห็นภาพจากการสะท้อนแสง แทนที่จะส่องแสงออกมาเหมือนจอLCD,LEDของมือถือ, จอมือถือหรือจอTablet นอกจากจะส่องแสงแล้วยังมีการ Refresh ภาพแบบเร็วๆอยู่ตลอดเวลาด้วย  แต่ Refresh ด้วยความถี่ที่เร็วมากจนตาเรามองไม่ทันแล้วเห็นเป็นภาพนิ่ง  ถึงแม้เราเห็นเป็นภาพนิ่งแต่มันก็ทำให้ตาเราล้า …อ่านนานๆแล้วปวดตาหรือมึนทุกที , หน้าจอ e-Ink ไม่ได้ทำการ Refresh ภาพอยู่ตลอดเวลา แต่จะทำการสร้างหมึกเสมือนบนหน้าจอ ซึ่งก็เหมือนกับลักษณะหมึกที่อยู่บนหนังสือธรรมดาที่มีความคมชัดและเราสามารถอ่านได้โดยตาไม่เกิดอาการล้า ….

     

    e-Ink

     

     

    เมื่ออยู่ภายใต้แสงสว่างเยอะๆ หน้าจอ e-Ink จะยิ่งชัด, หน้าจอมือถือหรือ Tablet จะส่องแสงสู้ไม่ได้ทำให้เรามองไม่เห็น

    Kindle 4 - Under Sun light

     

    เมื่ออยู่ภายใต้แสงสว่างน้อยๆก็จะกลับกัน หน้าจอ e-Ink ที่อาศัยการสะท้อนแสงก็จะมองไม่ค่อยเห็นเพราะไม่มีแสงให้สะท้อน  แต่หน้าจอมือถือส่องแสงได้สดใสชัดเจน

    Kindle4 - No light

     

     

    Review Kindle 4

    ผมตั้งใจมาตลอดว่าจะไม่ซื้อ Kindle หรือ อุปกรณ์อ่านหนังสือที่ใช้หน้าจอแบบe-Ink จนกว่ามันจะมีหน้าจอสี  ผมว่าอ่านหนังสือขาวดำยังไงก็ไม่มีทางสู้อ่านหนังสือภาพสีได้หรอก … และแล้ว Kindle4 ก็ทำให้กระผมเสียตังค์จนได้  เพราะออกมาได้ราคาถูกเหลือเกิน รุ่นที่ผมซื้อมาคือ Kindle 4 แบบมีโฆษณา (เป็นไงเดี๋ยวอธิบายอีกที) ราคา 79 เหรียญเท่านั้น (ประมาณ 2370 บาท)

    แถม Amazon ยังขาย Kindle 4 แบบ International ด้วย , ประเทศไทยก็รวมอยู่ในนั้น Amazon สามารถส่งฟรีถึงประเทศไทยได้ (รอ 5-8 วันทำงาน) หรืออยากได้เร็วภายใน 3-5 วันก็เสียค่าส่งเพิ่มอีก 6.98 เหรียญก็ประมาณ 200 กว่าบาท … แต่จะขายเฉพาะรุ่นที่ไม่มีโฆษณาราคาก็ 109 เหรียญ (3270บาท)  ขออภัยให้ข้อมูลผิดพลาดครับ  ส่งได้แบบเดียวคือ Priority International Courier คือเสียค่าส่ง  20.98 เหรียญ (629 บาท)  และเงินมัดจำเผื่อค่าภาษีนำเข้า 45.67 เหรียญ (1370บาท) รวมแล้วก็ 175.65 เหรียญ (5269 บาท) ได้ของภายใน 4 ถึง 6 วันทำการ  ลองดูได้ที่นี่

    Kindle touch กับ Kindle Fire ไม่มีแบบ International น่ะ

     

     

    เปิดกล่อง

    - กล่อง Kindle นั้นเรียบง่ายมาก เหมือนทำมาจากกล่องกระดาษรีไซเคิล

    OpenBox Kindle

    -  เปิดออกมา ก็เจออยู่3 อย่าง  ”Kindle”  ”สายUSB” และ “ใบอธิบายส่วนประกอบ”

     

     

    ส่วนประกอบ

    - ปุ่มด้านข้างซ้ายขวาทั้ง 4 ปุ่ม เป็นปุ่มเลื่อนหน้าไปหน้าต่อไป หรือหน้าก่อนหน้านี้ มีให้ทั้งซ้ายและขวาเผื่อคนถนัดซ้ายขวา

    - ปุ่มที่อยู่ใต้หน้าจอไล่จากซ้ายไปขวาคือปุ่ม Back ไว้กลับไปยังสิ่งที่เราทำก่อนหน้านี้, ปุ่มKeyboard ไว้เรียก Keyboard ขึ้นมาใช้, ปุ่มควบคุม 5 ทิศทาง, ปุ่มmenuไว้เปลี่ยนค่าต่างๆ และปุ่ม Home ไว้กลับไปหน้าหลัก(ที่มีรายชื่อหนังสือเราทั้งหมด)

    - ปุ่มที่อยู่ด้านข้างตัวเครื่องมีปุ่มเดียวคือปุ่ม เปิด ปิด และช่องเสียบสาย USB แบบ micro-B

    Kindle component

     

     

    วิธีใช้

    - กดปุ่ม”เปิด”เพื่อเริ่มใช้ และ Kindle จะให้เรา Set up โดยใช้ Amazon account  ของเรา, และ Set up WiFi network  เมื่อ Setup เสร็จก็ใช้งานได้เลย

    - เราสามารถเอาหนังสือเข้าไปใน Kindle เราได้ 3 ทาง

    1. ซื้อหนังสือจาก Amazon: เราสามารถซื้อได้โดยตรงจาก Kindle เลย หรือว่าจะใช้ Computer เราเข้าเว็บ Amazon และซื้อด้วย Account เราก็ได้

    เมื่อซื้อเสร็จ เมื่อ Kindle เราต่อ WiFi หนังสือก็จะถูก Download มาอยู่ในหน้า Home อัตโนมัติ

    วิธีเข้า Kindle Store  ใน Kindle: กดปุ่ม menu แล้วเลือก “Shop in Kindle Store”

    ปล. Kindle Store จะมีหนังสือฟรี ให้อยู่เรื่อยๆ เราสามารถดูได้ที่นี่ หรือว่าให้ Search คำว่า “Free Kindle Books” ใน Kindle Store ก็ได้ , หรือในเว็บ dealthai ก็มีกระทู้แนะนำอยู่

    2. ต่อสาย USB เข้ากับ Computer แล้วก็ Copy หนังสือเราเข้าไปใน folder “Document”ใน Kindle: เราสามารถ Copy file ผ่าน USB อย่างนี้ได้เฉพาะนามสกุล AZW, TXT, PDF, MOBI, PRC   (อ่านต่อไป เดี๋ยวจะอธิบายว่าทำไม)

    3. ส่งหนังสือไปยัง Kindle email address ของเรา:  แล้วหนังสือเราก็จะถูกแปลงแล้วส่งมายัง Kindle เมื่อ Kindle เราต่อ WiFi, เมื่อเรา Setup Kindle ตอนแรก เราสามารถสร้าง kindle email address ของเราได้ โดยปกติ default จะเป็นชื่อเดียวกันกับ email address ที่เราใช้สมัคร Account Amazon,  เช่น เราใช้ xxx@gmail.com สมัคร amzon account ,  kindle email ของเราก็จะเป็น xxx@kindle.com

    ถ้าใครไม่รู้ว่า kindle email address ของเราคืออะไร สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บ www.amazon.com ,ทำการ log-in แล้วดูได้ที่ “Manage your kindle/Personal Document Settings”

    นอกจากนั้น email ที่จะใช้ส่งหนังสือของเราไปยัง kindle email address นั้นจะต้องถูกอนุญาติจาก amazon เช่น เราจะใช้emailชื่อ xxx@gmail.com ส่งหนังสือไปยัง  xxx@kindle.com เราต้องเข้าไปใส่รายชื่อ xxx@gmail.com ใน เว็บ www.amazon.com ,ทำการ log-in แล้วดูได้ที่ “Manage your kindle/Personal Document Settings”  ,  ไม่อย่างนั้นส่งยังไง มันก็ไม่เข้า Kindle เราน่ะ

    - เมื่อมีหนังสืออยู่ใน Kindle ของเราแล้ว ก็อ่านกันตามสะดวก

    - Kindle มี Browser ให้เราเล่นเน็ตได้ , วิธีใช้ให้กดปุ่ม Menu  แล้วไปที่ Experimental แล้วก็เลือก Web Browser แล้วก็ใช้ได้เลย (อย่าคาดหวังมาก)

     

     

    หน้าจอ

    - ผมว่าหน้าจอขนาด 6 นิ้วนี่กำลังพอดีกับการพกพา และเหมาะสมกับการอ่านเอกสารจาก file ที่สามารถปรับขนาดตัวอักษรได้ เช่น file นามสกุล AZW, MOBI, TXT แต่สำหรับการอ่าน file พวก pdf นั้นยังไม่เหมาะสม เพราะเราไม่สามารถปรับชนาดตัวอักษรได้ เราได้แต่ซูม (Zoom)เข้าไป แต่พอซูมเข้าไปดูแล้ว ตัวอักษรนั้นใหญ่จริง แต่มันไม่พอดีหน้า เราต้องกดปุ่มเลื่อน ซ้าย ขวา บน ล่าง เพื่ออ่านให้ทั่วหน้า ทำให้ไม่สะดวกอย่างยิ่ง , ส่วน file AZW , MOBI และ TXT นั้นพอเราขยายตัวอักษร  มันก็จะจัดหน้าให้ใหม่พอดีกับ Kindle เรา เราจึงไม่ต้องเลื่อนซ้ายขวาบนล่างให้ลำบาก  เพียงแต่กดเลื่อนไปหน้าถัดไปเท่านั้น

    - ขอควรระวัง หน้าจอแบบ e-Ink นั้นไม่ได้อ่านสบายในทุกแสง(เหมือนอย่างที่ผมคิดไว้ตอนแรก)  เนื่องจากหน้าจอแบบ e-Ink นั้นอาศัยการสะท้อนแสงทำให้เกิดภาพ  ดังนั้นถ้าเราไปอ่านในที่มึด มันก็อ่านไม่เห็นเหมือนกัน ก็ต้องมานั่งเพ่ง ทำให้ปวดตาได้เหมือนกัน (ดูรูปข้างบนได้)

     

     

    น้ำหนัก

    - เบามาก  ตามspec ก็ 170 กรัม ก็ประมาณมือถือเบาๆเครื่องนึง ผมไม่เคยรู้สึกเมื่อยเลยเวลาอ่าน แตกต่างจาก iPad2 อย่างสิ้นเชิงที่ถือได้ไม่นานแขนก็ล้าละ

     

     

    แบตเตอรี่

    - อึดมาก แต่ไม่อึดเท่าที่โฆษณาไว้ ผมเปิด WiFi ทิ้งไว้ตลอด วันนึงอ่านประมาณสักครึ่งชม.  ใช้ได้ประมาณ 2 อาทิตย์ก็ต้องชาร์ตและ  แต่ก็เหลือเฟือผมว่า

     

     

    ความถนัดในการจับ

    - จับอ่านมือเดียวไม่ค่อยถนัด เพราะตำแหน่งปุ่มเปลี่ยนหน้าชิดขอบมากเกินไป เวลาใช้นิ้วโป้งกดปุ่มเปลี่ยนหน้าทีไรรู้สึกว่าจับ Kindle ไม่ค่อยถนัดแล้วก็จะหล่นทุกที

    Kindle จับแบบที่2

     

    - จับอีกแบบนึง(สำหรับคนมือใหญ่) จับได้กระชับดี แต่เอานิ้วโป้งกดปุ่มเปลี่ยนหน้าย้อนกลับไม่ถนัด

    Kindle  จับแบบที่่1

     

    - แต่ถ้าจับ 2 มือก็ไม่มีปัญหาอะไร

     

     

    การรองรับ file ต่างๆ

    - อันนี้ขอย้ำให้อ่านดีๆ  เดี๋ยวจะงง

    - ตาม Spec ของ Kindle  มันเขียนว่า Support :Kindle (AZW), TXT, PDF, unprotected MOBI, PRC natively; HTML, DOC, DOCX, JPEG, GIF, PNG, BMP through conversion.

    - ไอ้คำว่า Kindle (AZW), TXT, PDF, unprotected MOBI, PRC  natively; หมายความว่า เราสามารถเอา Kindle เสียบสาย USB แล้วก็ต่อกับคอมพิวเตอร์เราได้เลย แล้วคอมพิวเตอร์เราก็จะเห็น Kindle เป็น Drive อันนึง  เราก็แค่ Copy file หนังสือเข้าไปใส่ใน folder ชื่อว่า Document ใน Drive ของ Kindle , เราก็สามารถอ่านหนังสืออันนั้นได้แล้ว … แต่ทำได้เฉพาะ file พวก AZW, TXT, PDF, MOBI, PRC

    - ไอ้ที่บอกว่า HTML, DOC, DOCX, JPEG, GIF, PNG, BMP  through conversion. มันหมายความว่า เราไม่สามารถจะ Copy file นามสกุลพวกนี้ลงไปวางใน Kindle ผ่านสาย USB ได้ ( จริงๆcopy ไปวางได้ แต่ Kindle ไม่สามารถอ่านได้)  เราต้องทำการส่งหนังสือเราที่เป็นfile นามสกุลพวกนี้ไปยัง kindle email ของเรา ( xxx@kindle.com ) แล้ว amazonจะทำการแปลง file พวกนี้ให้เป็น file “AZW” แล้วส่งมาให้ kindle ของเราเมื่อต่อ WiFi

     

     

    การรองรับภาษาไทย

    - การรองรับภาษาไทยนั้นเกือบสมบูรณ์  จะมีปัญหาก็กับพวก สระซ้อนสระ … แต่ก็พออ่านได้

    - ถ้าใครมีหนังสือภาษาไทยที่อยู่ในรูป .PDF , ไม่แนะนำให้แปลงเป็น .AZW  หรือ .MOBI เพราะแปลงแล้วจะไม่สมบูรณ์ กลายตัวอักษรขอมโบราณแทนที่จะเป็นภาษาไทย,  แนะนำให้หา file ต้นฉบับที่เป็น .MOBI หรือเป็น .TXT เป็น .DOC ดีกว่า  หรือไม่ก็อ่าน PDF ไปหนะแหละ

    Kindle4 ภาษาไทย

     

     

    เครื่องที่มีโฆษณาเป็นยังไง?

    -  เครื่องมีโฆษณาแตกต่างกับเครื่องไม่มีโฆษณาตรงมันมีโฆษณาอยู่ 2 ที่ , แต่โฆษณานั้นไม่ได้รบกวนการอ่านหนังสือของเราแม้แต่น้อย แถมผมว่ารูปโฆษณาแต่ละรูปก็สวยๆทั้งนั้น

    1. ตอนเราปิดเครื่อง หน้าจอตอนปิดเครื่องมันจะขึ้นเป็นรูปโฆษณา  ส่วนเครื่องที่ไม่มีโฆษณาเราสามารถเอารูปของเราเองมาแสดงตอนปิดเครื่องได้,  กรุณาอย่างง เมื่อเราปิดเครื่อง Kindle  หน้าจอจะไม่เป็นสีขาว แต่จะเป็นรูปแทน   ดูตัวอย่างได้

    Kindle4

    Kindle Ads

    Kindle Ads

     

    2. โฆษณาอยู่ที่ด้านล่างของหน้า Home , … แต่จะไม่มีโฆษณาอยู่ในหน้าหนังสือเวลาเราอ่านแม้แต่น้อย

    Kindle Ads

     

     

    เทียบกับ Kindle Keyboard (Kindle 3)

    - Kindle 4 นั้นไม่มี Keyboard , เวลาจะพิมพ์อะไร เราต้องกดปุ่ม keyboard (ปุ่มที่ 2 จากด้านซ้าย)  แล้วก็จะมี on-screen keyboard ขึ้นมาบนหน้าจอเรา แล้วก็ค่อยกดปุ่มควบคุม 5 ทิศทาง(ปุ่มที่  3 จากซ้าย)ในการเลืือกตัวอักษรทีละตัว … เหนื่อยมากกว่าจะได้เป็นประโยค, ใครที่ชอบจด ชอบพิมพ์เยอะๆ เวลาอ่านหนังสือ แนะในให้ซื้อ Kindle Keyboard จะดีกว่า

    - แต่!!! Kindle Keyboard หนักกว่าอย่างรู้สึกได้ชัดเจน

    Kindle Keyboard vs Kindle4

     

    - Kindle Keyboard นั้นมีลำโพงในตัวและมีช่องต่อหูฟังไว้ฟัง mp3 ได้,  kindle4 ไม่มี

    Kindle Keyboard and Kindle4

     

    - เห็นคน Comment ว่า Kindle Keyboard หน้าจอชัดกว่า ,  ผมลองเทียบกันข้างๆแล้วผมว่าหน้าจอเหมือนกันชัดเท่ากัน  เพียงแต่สีขอบของ Kindle Keyboard มันเข้มกว่าก็เลยอาจทำให้บางคนรู้สึกว่า Kindle Keyboard จอมันชัดกว่า

    Kindle Keyboard and Kindle4

     

    -  Kindle Keyboard จับถนัดกว่ามาก … ปุ่มเปรียบหน้าจะอยู่เยื้องมาด้านบนของเครื่องมากกว่า ขอบจอกว้างกว่า … แต่หนัก!!!

    Kindle Keyboard and Kindle4

     

     

    วีดีโอแสดงรายละเอียดและการใช้งาน:  แนะนำให้เปิด 720p เลยครับเพื่อความชัดเจน

    YouTube Preview Image

     

    สรุปว่า:

    - Kindle4 ก็ดีแหละ , เบา ถูก แบตเตอรี่อึด อ่านสบายตา รองรับภาษาไทย และส่งตรงถึงประเทศไทยได้

    - เสียที่ จับอ่านมือเดียวไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่  พิมพ์ลำบาก

    - แต่ถ้าใครชอบพิมพ์ แนะนำให้ซื้อ Kindle Touch หรือ Kindle Keyboard จะดีกว่า

     

     

    อ้างอิง

    http://www.technobuffalo.com/companies/amazon/amazon-has-no-plans-to-launch-kindle-fire-kindle-touch-outside-u-s/

    eak500

    เมื่อ "หนทางที่เดินมา" กับ "ชีวิตที่เพิ่งรู้ตัวว่าชอบอะไร" ไม่ได้เข้ากันสักเท่าไหร่ !!!… เว็บไซด์ techz500.com นี้จึงเกิดขึ้นมา เพื่อขีดเส้นทางใหม่ให้กับตัวเอง เพื่อเป็นทางระบายออกให้กับสิ่งที่ชอบ เพื่อแบ่งปันสิ่งที่ชอบให้กับคนที่ชอบเหมือนกัน .... และเพื่อความมันชีวิต!!! โว้ย

    Website - Twitter - More Posts

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    1. Amazon Kindle Fire: จุดไฟให้ราคา Tablet
    2. วิธีใช้ Dropbox: Hard Disk on the Cloud
    3. WWDC 2011 แบบเต็มๆ: Steve Jobs พรีเซนต์งานอย่างไรทำไมคนทั่วโลกถึงสนใจและติดตาม?
    4. Review Windows phone 7 : อยากใช้ก็ลองเลย
    5. Review GelaSkins สำหรับ iPhone4 พร้อมโปรโมชั่นลด 10% จากร้าน AnalogSkins!!!
    • http://kaninnit.wordpress.com kaninnit

      อ่านบทความนี้แล้วอยากซื้อเลยครับ :)

    • Platoosom

      เยี่ยมครับผม 

    • S Otto R

      อ่าน pdf กับ kindle… ถ้าใช้พวกโปรแกรมตัดขอบช่วยก่อนจะโยนเข้าเครื่อง แล้วอ่านแบบแนวนอน (Landscape orientation) จะช่วยได้มากเลยนะครับ… เท่าที่อ่านจนถึงตอนนี้ ยังไม่เจอเล่มไหนที่ต้องซูมเข้าไป เว้นแต่พวกpaper 2 column ซึ่งซูมขนาด 150%+แนวนอน จะอ่านได้ตัวหนังสือพอดีและจับปุ่ม5-wayสำหรับเลื่อนได้สะดวกสุด หรือ 200%+แนวตั้ง จะได้ 1 column ต่อหน้าจอพอดี(ด้านกว้าง) แต่จะจับปุ่ม5-wayเพื่อเลื่อนลำบากกว่า

      ปล. สำหรับเวลาซูมแล้วไม่พอดีด้านกว้าง แนะว่าตอนจะเลื่อนเพื่ออ่านcolumnข้างๆ ให้กด5-way เลื่อนทางซ้ายแทนนะครับ (ถ้ากดเลื่อนขวา kindle จะเลื่อนจอโดยคำนวณให้ตัวหนังสือชุดสุดท้ายของจอที่เพิ่งอ่าน ยังคงแสดงอยู่ด้วย ทำให้แสดงcolumnถัดไปไม่พอดี แล้วก็จะเหลือเศษสุดท้ายที่อ่านไม่รู้เรื่อง)
      ยกตัวอย่างเช่น อ่านคอลัมน์ด้านซ้ายจบแล้ว อยากอ่านคอลัมน์ด้านขวาต่อ ก็กดซ้าย คอลัมน์ด้านขวาก็โชว์ (แบบเอาตัวอักษรสุดท้ายชิดด้านขวาของจอพอดี)

      ปล2. โปรแกรมตัดขอบมีหลายยี่ห้อ search ใน google ได้… แต่ที่ผมชอบตอนนี้ก็ briss ครับ ไม่ต้อง install, เบา, auto, manual custom, fast process

      เผื่อเป็นประโยชน์กับคนรักการอ่านนะ

      ปล3. พยายามหาอยู่ว่า ทำยังไงให้ bookmark ใน pdf มาโผล่เป็น table of contents ใน kindle ได้… เท่าที่รู้ตอนนี้ คือ ทำไม่ได้ แต่ถ้าใครรู้ก็โพสท์บอกกันหน่อยนะครับ ^_^ (ที่ลองมาแล้ว คือ convert เป็น .azw, .mobi, etc. แล้วก็พยายามเลือกให้เก็บtocไว้ แต่ก็ยังไม่ออก)

      • Anonymous

        โอ้ขอบคุณครับสำหรับ Trick ตัดขอบ

    • Pingback: Amazon เปิดตัว Kindle ใหม่ 7 ตัว | techz500

    • Pingback: Review: Amazon Kindle Paperwhite | techz500

    Author
    รับบทความใหม่ทาง email